ไฮล์ ฮิตเลอร์!
Kara no Kyoukai - The Garden of Sinner คาระ โนะ เคียวไค (แปลไทยพอได้ความว่า "พื้นที่แห่งความว่างเปล่า") เป็นผลงานจากนิยายของ นาสุ คิโนโกะ และ ทาเคอุจิ ทาคาชิ แห่ง ype-moon ครับ ที่ได้แต่งขึ้นมาก่อนTsukihime โดยแต่แรก เป็นนิยายลงในอินเตอร์เนตเมื่อปี1998 และได้รวมเล่มจำหน่ายในงานโดจินเมื่อปี2001 แต่ตอนแรกก็ยังไม่โด่งดังนัก จนเมื่อซึกิฮิเมะดังขึ้นมา คาระ โนะ เคียวไค ก็ดังตามมาด้วยครับ และเมื่อปี2007 ได้มีการประกาศนำไปสร้างอนิเมชั่นฉายทางโรงภาพยนต์โดย ufotable Studio ซึ่งเป็นภาพยนต์"สตภาค"(7ภาคจบ) โดยภาคแรกฉายเมื่อวันที่1ธันวาคม 2007 และฉายตามมาอีก3ภาค (ภาค4ฉายเมื่อ24พฤษภาคาที่ผ่านมา)
เนื้อเรื่องของ คาระ โนะ เคียวไคนั้น เป็นเนื้อเรื่องที่มีหลายอย่างเกี่ยวข้องกับTsukihime แต่ก็ไม่เกี่ยวกันหมดเสียทีเดียว เรื่องราวเริ่มต้นในปี1998 เกี่ยวกับสาวน้อยนาม เรียวกิ ชิกิ (อย่าสับสนกับโทโนะ ชิกิ ในTsikihime) ผู้มี "เนตรแห่งความตาย" ที่มองเห็นเส้นแห่งการสิ้นสุญของวัตถุเหมือนโทโนะ ชิกิ
Caracterจะขอแนะนำเพียงตัวละครหลัก ที่คาดว่าจะโผล่มาตลอดนะครับ
เรียวกิ ชิกิ (ให้เสียงโดย ซาคาโมโตะ มาอายะ)
หญิงสาวผู้เงียบขรึม บุตรีแห่งตระกูลเรียวกิ (ใครที่พอรู้เรื่องจักรวาลของType-moon จะเห็นว่า ตระกูลเรียวกิเป็นหนึ่งในตระกูลสำคัญในจักรวาลของType-moonครับ และเกีี่่ยวข้องกับตระกูลโทโนะ หรือนานายะ ของชิกิในซึกิฮิเมะด้วย) เป็นหญิงสาวที่มีเนตรที่มองเห็นเส้นแห่งการดับสูณของวัตถุ บุคลิกนิสัย เงียบๆ เย็นชา ซึนเดเระเล็กๆ(เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า สาวซึนตัวโตๆนั้น หาได้มีความโมเอะไม่ - ยูริ) ชอบกินไอศกรีมฮาเกน ดาส รสสตอรว์เบอรี (ของแพงด้วยนะ)

เส้นแห่งการดับสูญที่ชิกิเห็น (เส้นสีแดง)
โคคุโตะ มิกิยะ (ให้เสียงโดย ซึสึมุระ เคนอิจิ)
ชายหนุ่มเรียนไม่จบมหาลัย เป็นเพื่อนสนิทกับชิกกิมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม บุคลิกใจดี ไม่มีพลังวิเศษอะไร แต่เป้นคนคนเดียวที่ชิกิ ยอมเปิดใจให้
อาโอซากิ โทโกะ (ให้เสียงโดย ฟุจิมุระ อายุมิ)
สาวใหญ่นักสืบ/สถาปนิก ที่มิกิยะทำงานด้วย บุคลิกโผงผาง สูบบุหรี่จัด เชี่ยวชาญการสร้างตุ๊กตาที่เหมือนมนุษย์ และการต่อสู้ด้วยเวทย์มนต์แบบ "รูน" (อักขระเวทย์ของยุโรปเหนือ มีใช้ในสแกนดิเนเวีย เยอรมัน และประเทศแถบบอลติก) เป็นเจ้าของสำนักสถาปนิกเล็กๆ แต่แท้จริงเป็นสำนักงานนักสืบที่สืบแต่เรื่องลึกลับ โดยใช้งานสถาปนิกบังหน้า
ตอนต่างๆที่ได้ฉายไปยูริ ได้ดูเพียง3ตอนเท่านั้น ก็เลยจะขอรีวิวเพียง3ตอนพอเป็นน้ำจิ้มนะครับ
Ausf.1 "Fukan Fukei" (ทิวทัศน์จากมุมสูง)เรื่องราวของ คดีเด็กสาวมัธยมปลาย ฆ่าตัวตายอย่างต่อเนื่อง ที่ตึกฟุโจว ตึกร้างกลางเมือง และเกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติของ มิกิยะ จนเป็นเหตุให้ ชิกิ ต้องออกติดตามเรื่องราวดังกล่าว
ภาพในเรื่อง




--------------------------------
Ausf.2 - "Satsujin Kosatsu" (ตามหาฆาตกร)เรื่องราวย้อนไปในปี1995 ช่วงเวลาที่ชิกิและมิกิยะยังเรียนมัธยม เสนอเรื่องราวของความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ความหลังของชิกิ และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชะตะชีวิตของคนทั้งสอง
ภาพในเรื่อง



เธอ...เปลี๊ยนไป๋....


--------------------------------------------------------------------
Ausf.3 "Tsukaku Zanryu" (ความเจ็บปวดที่ไม่อาจจางหาย)เรื่องราวเกี่ยวกับการปรากฏตัวของ อาซางามิ ฟุจิโนะ (ให้เสียงโดย โนโตะ มามิโกะ) หญิงสาวผู้มีความขมขื่นภายในใจ ยิ่งกว่านั้น ยังมีพลังที่น่ากลัวซ่อนอยู่ในร่างกายอันบอบบางและจิตใจที่เศร้าโศก พร้อมการประจัญหน้ากันระหว่างฟุจิโนะและชิกิในตอนท้าย
ตอนที่3นี้ ยูริคิดว่า สนุกที่สุด แต่ในอีกแง่นึง มันก็เป็นตอนที่ล่อแหลมที่สุด (เช่น ฉากข่มขืน และฉากเห็นหัวนม รวมทั้งฉากเลือดสาด) เพราะฉะนั้น ต่ำกว่า15ไม่แนะนำครับ
ภาพในเรื่อง




------------------------------------------------------------------------
เนื่องจากเป็นอนิเมฉายโรง เวลาในการสร้างจึงนาน ผลงานที่ออกมาจึงยอดตามไปด้วย ซึ่งสำหรับยูริ คิดว่า "นี่คืออนิเมที่งดงามที่สุดเท่าที่ยูริเคยดูมา"ครับ ทุกฉาก ทุกซีน แม่แต่จุดเล็กๆ(อย่างตัวประกอบ ใบไม้ ลำธาร แม้แต่กาแฟในถ้วย) ทำออกมาได้อย่างสมจริง ลื่นไหล และงดงาม

เป็นอนิเมที่ทำกาแฟได้น่ากินมาก(?)

ฉากน้ำในลำธาร ทำได้อย่างปรานีตงดงาม
ส่วนฉากต่อสู้ ฉากที่มีการเคลื่อนที่ไวๆนั้น ก็ทำออกมาได้ลื่นไหลไร้ติดขัด ดูแล้วเพลินครับ ดูฉากต่อสู้ในเรื่องนี้แล้วเพลินมาก ลื่นไหล ดุดัน รวดเร็ว ตื่นเต้น และเนื่องจากฉากที่ลื่นไหลนี่ละ ทำให้ยูริแคปภาพฉากต่อสู้ได้ยากมาก คล้ายๆกับการยุทธ์ทางเวหาเหนือเกาะอังกฤษเมื่อปี1940 ที่กล้องถ่ายภาพของอังกฤษแทบไม่สามารถบันทึกภาพเครื่องบินเมตเซอร์ชมิต109ของเยอรมัน
ได้ เพราะความเร็วที่สูงนั่นเอง


ฉากซ้อมดาบของชิกิ ทำได้ลื่นไหลหวาดเสียวจนยูริต้องลูบคอตัวเอง
ดนตรีประกอบนั้น ก็ทำออกมา ฟังดูหดหู่ กดดัน แต่ก็ไพเราะสมเป็นอนิเมดราม่าเนื้อหาหนัก เพลงปิดของเรื่อง ผลงานโดยKalafina อันได้แก่Obivious (ภาคแรก) Kimi ga Hikari ni Kaete Yuku (ภาค2) Kizuato(ภาค3) หลายท่านในโมเอะบอร์ดได้ฟังกัน ก็ชมว่าไพเราะดีครับ
สรุปว่า ยูริคงไม่อาจฟันธงว่าเรื่องนี้ดี แต่ท่านผู้ใดที่ชอบผลงานของType-moon หรืออยากชมอนิเมดราม่า โหดๆ หนักๆ หรืออยากชมอนิเมที่ทำได้วิจิตรงดงาม ก็ขอแนะนำนะครับ
ขอขอบคุณ
ทีมงาน SoulMomo Sub แห่งTirkx ที่ทำซับได้ยอดเยี่ยมได้อถรรสครับ
ขอขอบคุณ xanxashion ปิยมิตรของยูริ อัลไดรค์ช ไวเซนแบร์เกอร์ ออร์ลอฟ ที่สละเวลามาโหลดให้ยูริครับ (ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยยูริจ่ายค่าไฟก็ตาม แต่ก็ขอบคุณครับ)
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Animag เล่ม41 และ Wikipidia
สุดท้าย ขอบคุณชาวโมเอะที่ติดตามชมนะครับ ผิดพลาดประการใด ยูริขออภัยอย่างสูง ฉะนั้น ขออย่างกระทำการดูหมิ่นต่อยูริแบบที่อาซางามิ ฟุจิโนะ เจอใน "ความเจ็บปวดที่ไม่อาจจางหาย" นะครับ.....(อยากรู้ว่าเจออะไร ไปหาเบิ่งเอง)
ไฮล์ ฮิตเลอร์!

ป.ล. นี่คือซีนที่ยูริตกใจที่สุด เจ๊ชุดขาวโผล่มาจากข้างหลัง เอ่ยวาจาว่า"อิคุ๊....."
ป.ล.2. หน้าตาเจ๊ข้างหลังนั่น ช่างคล้ายกับเจ๊ผีประจำหอยูริที่ชอบมาหลอนยูริอยู่เนืองๆ......
โพสต์นี้ได้รับการแก้ไขโดย Yuri Alexandrovish Orlov Aug 27 2008, 12:49 AM